เด็กวัยหัดเดินจะเริ่มเข้าใจถึงการทำงานของวัตถุต่าง ๆ จะชอบวางบล็อกซ้อน เล่นโทรศัพท์ของเล่น หรือดื่มน้ำจากแก้วเด็กโต หรือดื่มแก้วตามแบบผู้ใหญ่ และจะชอบการเล่นแนวสมมุติบทบาทมาก และชอบเล่นเลี้ยงตุ๊กตา สิ่งเหล่านี้เป็นการวางรากฐานสำหรับการเล่นก่อนวัยเรียน ซึ่งของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการเด็กวัยนี้มีอะไรบ้าง และมีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจที่จะช่วยยิ่งส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้ก้าวล้ำมากขึ้นเข้าไปอีก วันนี้เราก็มีมาแนะนำกัน  

ของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ เด็กวัยหัดเดินที่พ่อ – แม่ ต้องรู้ 

เด็กวัยหัดเดินจะเริ่มแยกแยะความแตกต่างของสีและรูปร่างได้แล้ว ดังนั้นคุณควรเลือกของเล่นที่มีสีสดใส ให้มือน้อย ๆ ได้จับอย่างสนุกสนาน เมื่ออายุได้ 2 ขวบ เด็กวัยหัดเดินส่วนใหญ่สามารถเตะบอล ขีดเขียนกระดาษด้วยสีเทียน และสร้างหอคอยสูงจากบล็อกสี่ต่อได้สูงขึ้นมา และเมื่ออายุได้ 3 ขวบ เด็กจะสามารถไขปริศนาง่าย ๆ และถีบ 3 ล้อได้ และมีของเล่นที่เราอยากแนะนำดังนี้… 

  • ลูกบอล ไม่ว่าลูกบอลจะกระเด้ง กลิ้ง จับ หรือโยน ลูกบอลจะส่งเสริมทักษะการเคลื่อนไหวโดยรวมของเด็ก ๆ ช่วยเสริมการประสานงานระหว่างมือและตา และฝึกความคล่องแคล่ว 
  • ของเล่นตัวต่อรูปทรงต่าง ๆ และถังที่มีรูสำหรับการใส่บล็อกรูปทรงต่าง ๆ ใส่ลงในช่องที่มีรูปทรงเหมือนกัน เป็นของเล่นที่ท้าทายทักษะการประสานงานระหว่างมือและตา และเสริมทักษะการแก้ปัญหา 
  • ของเล่นแคชเชียร์ หรือของเล่นที่มีปุ่มและคันโยก ช่วยส่งเสริมทักษะการเคลื่อนไหวและการแก้ปัญหาที่ดี และสอนหลักการเหตุและผล 
  • ของเล่นบทบาทสมมุติ เช่น…เครื่องเล่นในครัวของเด็ก ชุดอุปกรณ์สำหรับคุณหมอของเด็ก และชุดกอล์ฟของเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่าโลกมีการทำงานอย่างไร เด็กจะเลียนแบบการกระทำของคุณ และคนอื่น ๆ ที่เด็กได้ซึมซับมา นอกจากนี้ตุ๊กตาและตุ๊กตาสัตว์ ยังช่วยส่งเสริมการเล่นสมมติของเด็กด้วย เช่น…เด็ก ๆ มีการจัดงานเลี้ยงน้ำชาให้ตุ๊กตาหมี การเล่นในรูปแบบนี้จะช่วยพัฒนาการด้านสังคม และอารมณ์ เด็กจะได้เรียนรู้ถึงวิธีแสดงอารมณ์และดูแลสิ่งที่พวกเขารัก  

ของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ ของเด็กวัยหัดเดิน ที่เรานำมาแนะนำนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปรับใช้กับแนวทางการเล่นของลูกของคุณได้เลย ซึ่งจะทำให้ลูกของคุณนั้นมีความสนุกสนานเพิ่มขึ้น และมีการพัฒนาทั้งทางด้านปัญญา พัฒนาการในเรื่องของจินตนาการ และพัฒนาในเรื่องของการใช้ร่างกายต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

Explore More

5 แรงจูงใจฝึกฝน ให้ลูกฉันได้กินผัก!

ฝึกฝนให้ลูกกินผัก

ในอดีตผักกับเด็กอาจจะเป็นของที่อยู่ขั้วตรงข้ามกันมาตลอด แต่ในปัจจุบันมีวิธีการฝึกฝนมากมาย ที่จะทำให้ลูกของคุณปลื้มและชื่นชอบในการกินผัก ซึ่งเราจะมาแนะนำ 5 แรงจูงใจฝึกฝนที่ดีต่อการได้รับสารอาหารของเด็ก ที่มาจากการกินผักให้คุณได้ศึกษา และลองนำไปปรับใช้กับลูกน้อยของคุณดู 1. เป็นตัวอย่างที่ดี  ลูกของคุณจะเรียนรู้หลาย ๆ อย่างมาจากพ่อแม่ และจะชอบเลียนแบบ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นให้ลูกของคุณกินผักคือการทำให้ลูกเห็นว่าคุณชอบกินผักมาก ๆ  หากลูกของคุณเห็นว่าคุณกินผักแบบมีความสุข และน่าอร่อยมาก ลูกของคุณก็มีความสนใจที่จะกินเพิ่มขึ้นเช่นกัน   2. พยายามแนะนำผักในรูปแบบที่หลากหลาย  ในปัจจุบันนี้มีตัวเลือกนำเสนอผักให้เด็ก ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผักสลัดที่มีให้เลือกหลากหลาย และยังมีการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์อีกด้วย พยายามเลือกผักที่มีสีสันเด่นสะดุดตาเอาไว้ก่อนแต่ถ้าผักชนิดไหนมีกลิ่นแรง หรือเคี้ยวยากอย่าเพิ่งแนะนำให้เด็กกิน เพราะเด็กอาจจะเกิดพภาพจำที่ไม่ดีและไม่อยากกินผักอีกต่อไป ผักที่น่าสนใจในการนำเสนอให้เด็กได้รับประทาน

โรคระบาดในเด็กที่ควรระวัง

โรคในเด็ก

เมื่อส่งลูกไปโรงเรียนแล้วเราไม่สามารถไปบอกให้ครูช่วยกำกับดูแลทุกฝีก้าวได้ หรือแม่แต่กระทั่งลูกของเราเอง บอกอะไรก็ลืมไปหมด ยิ่งปัจจุบันช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เด็กเล็กๆ ที่ยังมีภูมิต้านทานไม่ดีนัก อาจทำให้เกิดโรคระบาดในเด็กได้ง่าย และอาการป่วยของเด็กก็มักจะรุนแรงและเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ วันนี้มาดูกันว่ามีโรคอะไรที่ควรระวังบ้าง 1.โรคไข้เลือดออก โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค คือ  เมื่อยุงลายที่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกกัดคน จะถ่ายทอดเชื้อให้คนทำให้เกิดอาการ  ยุงลายนี้มักจะเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ หรือหลุมที่มีน้ำขัง เป็นต้น วิธีป้องกันคือ พยายามอย่าให้ยุงกัด การกำจัดยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ปิดภาชนะขังน้ำให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่, เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก

ทำความรู้จักกับหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆ

เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนคงจะกำลังสงสัยเกี่ยวกับกุมารแพทย์อย่างแน่นอน อาจจะกล่าวได้ว่าการทำความรู้จักกับหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยก็ว่าได้ จะดีกว่าหรือไม่หากว่าคุณจะเลือกทำความรู้จักกับหน้าที่ของกุมารแพทย์ และนิสัยของกุมารแพทย์ เป็นต้น   หน้าที่ของกุมารแพทย์นั้นมีสิ่งใดบ้าง  สำหรับหน้าที่ของหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆคือการดูแลเด็กทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจและวินิจฉัยโรค และสั่งยา รวมไปถึงรักษาอาการ การติดตามดูอาการการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก มีการฉีดวัคซีนไปตามวัย นอกจากนี้กุมารแพทย์ก็มีหน้าที่ในการดูแลเด็กเช่น การตรวจไข้หวัดเด็ก หรือน้ำหนักของเด็ก พัฒนาการของเด็ก และได้รับวัคซีนครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร โดยจะต้องให้คำแนะนำของการเลี้ยงในแต่ละวัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี หน้าที่ของกุมารแพทย์อาจไม่ใช่การตรวจเด็กเท่านั้น แต่เป็นการให้คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองจะดีที่สุด อีกทั้งยังมีการดูพัฒนาการของเด็ก สำหรับกุมารแพทย์แบบเฉพาะทางนั้นก็จะมีหน้าที่อันเจาะจงลงไปอีก ยกตัวอย่างเช่น โรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ