เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนคงจะกำลังสงสัยเกี่ยวกับกุมารแพทย์อย่างแน่นอน อาจจะกล่าวได้ว่าการทำความรู้จักกับหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเลยก็ว่าได้ จะดีกว่าหรือไม่หากว่าคุณจะเลือกทำความรู้จักกับหน้าที่ของกุมารแพทย์ และนิสัยของกุมารแพทย์ เป็นต้น  

หน้าที่ของกุมารแพทย์นั้นมีสิ่งใดบ้าง 

สำหรับหน้าที่ของหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆคือการดูแลเด็กทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจและวินิจฉัยโรค และสั่งยา รวมไปถึงรักษาอาการ การติดตามดูอาการการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก มีการฉีดวัคซีนไปตามวัย นอกจากนี้กุมารแพทย์ก็มีหน้าที่ในการดูแลเด็กเช่น การตรวจไข้หวัดเด็ก หรือน้ำหนักของเด็ก พัฒนาการของเด็ก และได้รับวัคซีนครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร โดยจะต้องให้คำแนะนำของการเลี้ยงในแต่ละวัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี หน้าที่ของกุมารแพทย์อาจไม่ใช่การตรวจเด็กเท่านั้น แต่เป็นการให้คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองจะดีที่สุด อีกทั้งยังมีการดูพัฒนาการของเด็ก สำหรับกุมารแพทย์แบบเฉพาะทางนั้นก็จะมีหน้าที่อันเจาะจงลงไปอีก ยกตัวอย่างเช่น โรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ ก็จะมีหน้าที่รักษาเด็กที่มีปัญหาทางด้านทางเดินหายใจและภูมิแพ้เป็นหลัก 

บุคลิกนิสัยของคนที่จะเป็นกุมารแพทย์ 

สำหรับบุคลิกและนิสัยของคนที่จะเป็นกุมารแพทย์มีดังต่อไปนี้ 

  • 1.มีความอดทน 

การรักษาเด็กๆ จะแตกต่างกับการรักษาผู้ใหญ่มากพอสมควร เนื่องจากว่าเด็กไม่สามารถสื่อสารถึงความต้องการหรือความเจ็บปวดได้อย่างง่ายดาย และโรคของเด็กบางคนเองก็ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่อีกด้วย การใช้ความละเอียดรอบคอบและความอดทนในการตรวจรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

  • 2.สามารถตรวจรักษาเด็กได้ละเอียด 

ความสำคัญอันดับต่อไปได้แก่ การที่กุมารแพทย์หรือว่าหมอเด็กสามารถตรวจรักษาโรคให้กับลูกน้อยได้อย่างละเอียด เพราะการตรวจรักษาลูกน้อยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงคือสิ่งที่จำเป็นและตอบโจทย์อย่างยิ่ง  

  • 3.มีความสามารถในการจ่ายยาให้กับคนไข้ 

สำหรับสิ่งที่กุมารแพทย์จะต้องใส่ใจอันดับต่อไปได้แก่ การมีความสามารถในการจ่ายยาคนไข้นั่นเอง อาจจะกล่าวได้ว่าการมีความสามารถในการจ่ายยาคนไข้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นเด็ก จะถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ต้องใส่ใจอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว จะดีแค่ไหนหากว่าคุณจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย  

และนี่ก็คือรายละเอียดในการเป็นหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆจะดีกว่าหรือไม่หากว่าคุณพ่อคุณแม่พยายามมองหากุมารแพทย์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณเอง พร้อมๆ กันนั้นก็อย่าลืมมองหาวิธีการที่ดีในการสอบถามกับหมอเด็ก พระราม2และที่อื่นๆ อีกด้วย 

Explore More

นะนำคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ วิธีการดูแล เด็กเล็ก ที่ถูกต้อง มีวิธีอย่างไร

สำหรับการดูแล เด็กเล็ก หรือเด็กแรกเกิดนั้น ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ไม่ใช่เรื่องยากในเวลาเดียวกัน เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะต้องศึกษาวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง แถมยังต้องคอยระมัดระวังให้ดีที่สุด เนื่องจากเด็กเล็กจะค่อนข้างบอบบาง แถมยังไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง ดังนั้นเด็กเล็กจึงจะต้องได้รับการดูแลจากคุณพ่อคุณแม่อย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นไปดูวิธีการดูแลเด็กเล็กที่ถูกต้องกันเลยว่า มีวิธีการดูแลอย่างไรบ้าง วิธีการดูแล เด็กเล็ก อย่างถูกวิธี มีอะไรบ้าง ? 1. ดูแลความสะอาดของสะดือลูกน้อยอยู่เสมอ ในบางครั้งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะยังไม่ทราบว่า จะต้องคอยเช็ดสะดือให้แก่ เด็กเล็ก อยู่เสมอ เพราะสะดือของเด็กจะสามารถติดเชื้อได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นการดูแลสะดือให้ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งวิธีการดูแล ได้แก่ หลังอาบน้ำเสร็จให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ และสะอาดเช็ดให้ทั่วสะดือ

โรคระบาดในเด็กที่ควรระวัง

โรคในเด็ก

เมื่อส่งลูกไปโรงเรียนแล้วเราไม่สามารถไปบอกให้ครูช่วยกำกับดูแลทุกฝีก้าวได้ หรือแม่แต่กระทั่งลูกของเราเอง บอกอะไรก็ลืมไปหมด ยิ่งปัจจุบันช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เด็กเล็กๆ ที่ยังมีภูมิต้านทานไม่ดีนัก อาจทำให้เกิดโรคระบาดในเด็กได้ง่าย และอาการป่วยของเด็กก็มักจะรุนแรงและเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ วันนี้มาดูกันว่ามีโรคอะไรที่ควรระวังบ้าง 1.โรคไข้เลือดออก โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค คือ  เมื่อยุงลายที่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกกัดคน จะถ่ายทอดเชื้อให้คนทำให้เกิดอาการ  ยุงลายนี้มักจะเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ หรือหลุมที่มีน้ำขัง เป็นต้น วิธีป้องกันคือ พยายามอย่าให้ยุงกัด การกำจัดยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ปิดภาชนะขังน้ำให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่, เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก

วิธีสังเกตว่าลูกเราเป็นออทิสติกหรือไม่

โรคออทิสติก

โรคออทิสติก (Autistic Disorder) ออทิสซึม (Autism) หรือ ออทิสติกสเปกตรัม (Autistic Spectrum Disorder) เกิดจากพัฒนาการที่ผิดปกติของสมองที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ทำให้เกิดความบกพร่องด้านการพูดสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับมีพฤติกรรมและความสนใจแบบแคบ จำกัด และเป็นแบบแผนซ้ำๆ โดยความบกพร่องเหล่านี้จะเริ่มแสดงให้เห็นในวัยเด็กเล็ก และมีอาการต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ออทิสติกเป็นโรคที่ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยเหลือให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มแรก   ลักษณะอาการของโรคออทิสติก เมื่อสังเกตเด็กตามข้อมูลที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นแล้วสงสัยว่าเด็กเป็นออทิสติก ควรนำเด็กมารับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อให้การวินิจฉัยและช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด และระหว่างนี้ผู้ปกครองควรกระตุ้นพัฒนาการเด็กด้วยการเล่นกับเด็กมากขึ้น ฝึกให้เด็กพูดตาม สบตา หรือให้ทำตามคำสั่งง่ายๆ