โรคออทิสติก

โรคออทิสติก (Autistic Disorder) ออทิสซึม (Autism) หรือ ออทิสติกสเปกตรัม (Autistic Spectrum Disorder) เกิดจากพัฒนาการที่ผิดปกติของสมองที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ทำให้เกิดความบกพร่องด้านการพูดสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับมีพฤติกรรมและความสนใจแบบแคบ จำกัด และเป็นแบบแผนซ้ำๆ โดยความบกพร่องเหล่านี้จะเริ่มแสดงให้เห็นในวัยเด็กเล็ก และมีอาการต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ออทิสติกเป็นโรคที่ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถช่วยเหลือให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มแรก  

ลักษณะอาการของโรคออทิสติก

  1. ความบกพร่องด้านการพูดและสื่อสาร ผู้ปกครองมักเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในขวบปีที่2 เมื่อเด็กยังไม่เริ่มพูดเป็นคำที่มีความหมาย ไม่ตอบสนองเมื่อเรียกชื่อ ไม่ทำตามคำสั่ง ไม่ค่อยสบตาเหมือนเด็กทั่วไป โดยเด็กอาจไม่พูดเลย พูดเป็นคำที่ไม่มีความหมาย หรือมีภาษาเฉพาะตัว (ภาษาต่างดาว) หรือสื่อสารโดยการดึงมือผู้ปกครองให้ทำในสิ่งที่ต้องการ เด็กบางคนอาจเคยพูดเป็นคำได้แล้วแต่พัฒนาการด้านการพูดมาหยุดชะงัก หรือถดถอยในช่วงอายุ 1.6-2 ปี
  2. ความบกพร่องในด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม อาจแสดงให้เห็นตั้งแต่ขวบปีที่2  โดยเด็กอาจจะแสดงอาการติดผู้ปกครอง หรือไม่กลัวคนแปลกหน้าเหมือนเด็กทั่วไป เมื่อโตขึ้นมักมีการแสดงออกของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางสังคม ชอบเล่นคนเดียว ไม่แสดงความสนใจหรือความสนุกร่วมกับผู้อื่น ไม่เล่นแบบมีจินตนาการหรือบทบาทสมมติกับเพื่อน ไม่มีความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิท หรืออาจไม่สนใจที่จะมีเพื่อนเลย
  3. พฤติกรรม และความสนใจแคบ เด็กมักมีการเล่นหรือแสดงออกของพฤติกรรมที่เป็นแบบแผนซ้ำๆ เด็กชอบนำของเล่นมาเรียงต่อกัน หมุนเล่นไปมา ไม่เล่นตามฟังก์ชั่นของของเล่นชิ้นนั้นๆ (เช่นจับรถของเล่นหงายเพื่อหมุนล้อ) ชอบเล่นแบบเดิมซ้ำๆ ชอบไปสถานที่เดิมๆ หรือมีกิจวัตรที่เป็นแบบแผนเปลี่ยนแปลงได้ยาก เด็กบางคนมีความหมกมุ่นสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป หรือมีความสนใจแปลกกว่าเด็กทั่วไป นอกจากนี้ยังอาจมีประสาทสัมผัสที่ไวมากหรือน้อยเกินไป เช่น การรับสัมผัสด้านความเจ็บปวด อุณหภูมิ เสียง แสง หรือการเคลื่อนไหวของวัตถุ หรือแม้แต่เนื้อสัมผัสของอาหารบางชนิด ผิวสัมผัสของเนื้อผ้าบางประเภท เป็นต้น

เมื่อสังเกตเด็กตามข้อมูลที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นแล้วสงสัยว่าเด็กเป็นออทิสติก ควรนำเด็กมารับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็ก เพื่อให้การวินิจฉัยและช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด และระหว่างนี้ผู้ปกครองควรกระตุ้นพัฒนาการเด็กด้วยการเล่นกับเด็กมากขึ้น ฝึกให้เด็กพูดตาม สบตา หรือให้ทำตามคำสั่งง่ายๆ แนวทางการรักษา การช่วยเหลือเด็กและครอบครัว ขึ้นกับผลการตรวจประเมินเป็นหลัก โดยเป้าหมายคือเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการแต่ละด้านอย่างสมวัย หรือใกล้เคียงพัฒนาการปกติมากที่สุด โดยมีทีมสหวิชาชีพทำงานร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองในการช่วยเหลือเด็กในด้านต่างๆ

Explore More

โรคระบาดในเด็กที่ควรระวัง

โรคในเด็ก

เมื่อส่งลูกไปโรงเรียนแล้วเราไม่สามารถไปบอกให้ครูช่วยกำกับดูแลทุกฝีก้าวได้ หรือแม่แต่กระทั่งลูกของเราเอง บอกอะไรก็ลืมไปหมด ยิ่งปัจจุบันช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เด็กเล็กๆ ที่ยังมีภูมิต้านทานไม่ดีนัก อาจทำให้เกิดโรคระบาดในเด็กได้ง่าย และอาการป่วยของเด็กก็มักจะรุนแรงและเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ วันนี้มาดูกันว่ามีโรคอะไรที่ควรระวังบ้าง 1.โรคไข้เลือดออก โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค คือ  เมื่อยุงลายที่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกกัดคน จะถ่ายทอดเชื้อให้คนทำให้เกิดอาการ  ยุงลายนี้มักจะเพาะพันธุ์ตามแหล่งน้ำนิ่งในบริเวณบ้าน เช่น ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ หรือหลุมที่มีน้ำขัง เป็นต้น วิธีป้องกันคือ พยายามอย่าให้ยุงกัด การกำจัดยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ปิดภาชนะขังน้ำให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่, เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก

อาหารสำหรับเด็กเล็กควรเลือกให้เด็กทานอะไรบ้าง

อาหารสำหรับเด็กเล็ก

ในเรื่องของอาหารนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างมากมายเพราะว่าเรื่องของอาหารนั้นจะช่วยวทำให้เรานั้นยิ่งมีร่างกายที่สดใสแข็งแรงกันอย่างที่สุดและที่สำคัญหากเป็นเรื่องของเด็กเล็กก็ควรที่จะต้องให้เด็กนั้นได้ทานแต่ของที่ดีและมีประโยชน์ที่สุดด้วย เพราะในเรื่องของอาหารสำหรับเด็กเล็กนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างน้อยหากเราได้รู้จักที่จะใส่ใจและให้ความสำคัญแล้วนั้นก็จะส่งผลที่ดีต่อตัวเราเองอย่างมากมายด้วยและแน่นอนว่าในเรื่องของอาหารสำหรับเด็กนั้นเราก็ควรที่จะต้องเน้นในส่วนของผักและผลไม้ให้มากๆด้วยเพราะการที่เราได้เน้นผักและผลไม้ได้มากเท่าไหร่ก็จะส่งผลที่ดีให้กับเราเองได้อีกด้วย เรื่องของอาหารนั้นก็จะช่วยทำให้เราเป็นคนที่มีความสุขที่ได้เห็นเด็กได้ทานแต่ของที่ดีและมีประโยชน์ด้วยเพราะว่าการที่เราได้ทานของอร่อยและมีประโยชน์แล้วนั้นก็จะทำให้เรายิ่งมีความสบายใจอย่างที่สุดด้วยและหากเราได้ให้ความสนใจกับเรื่องของอาหารสำหรับเด็กเล็กแล้วนั้นก็จะยิ่งดีต่อเราเองได้อย่างมากมายเลย การที่เราได้ให้ความสำคัญในเรื่องของอาหารสำหรับเด็กเล็กนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเด็กเล็กนั้นเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารอย่างครบถ้วนที่สุดและเราเองก็จะต้องให้ความสำคัญมากๆด้วยกับเรื่องของการทานอาหารสำหรับเด็กเล็กก็จะช่วยทำให้เรานั้นยิ่งมีความสุขอย่างมากเลยที่ได้เห็นพัฒนาการของเด็กที่ดีได้อีกเช่นกัน เราควรที่จะต้องเลือกอาหารให้กับเด็กเล็กมากๆด้วยเพราะอย่างน้อยการที่เราได้เลือกอาหารให้กับเด็กเล็กแล้วนั้นก็จะช่วยส่งผลที่ดีที่จะทำให้เรานั้นได้เห็นการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นสำหรับเด็กอีกด้วย หลากหลายอย่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างมากมายเลยและยิ่งเราได้ใส่ใจกับเรื่องของเด็กเล็กแล้วก็จะยิ่งส่งผลที่ดีต่อตัวเด็กเล็กได้อย่างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ทุกๆอย่างในเรื่องของอาหารสำหรับเด็กเล็กนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีและสำคัญอย่างมากดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามไปเลยจึงจะดีอย่างที่สุดเพราะถ้าหากเรามองข้ามไปแล้วอาจจะส่งผลกระทบให้กับตัวเราเองได้อีกด้วยเพราะการที่เด็กได้ทานอาหารที่ไม่ครบถ้วนทั้งห้าหมู่นั้นก็จะยิ่งส่งผลกระทบกับเราเองได้อย่างมากมายเลย หากเรารู้จักที่จะให้ความสนใจกันอย่างเต็มที่แล้วก็จะช่วยทำให้เด็กมีร่างกายแข็งแรงขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนเลย

5 แรงจูงใจฝึกฝน ให้ลูกฉันได้กินผัก!

ฝึกฝนให้ลูกกินผัก

ในอดีตผักกับเด็กอาจจะเป็นของที่อยู่ขั้วตรงข้ามกันมาตลอด แต่ในปัจจุบันมีวิธีการฝึกฝนมากมาย ที่จะทำให้ลูกของคุณปลื้มและชื่นชอบในการกินผัก ซึ่งเราจะมาแนะนำ 5 แรงจูงใจฝึกฝนที่ดีต่อการได้รับสารอาหารของเด็ก ที่มาจากการกินผักให้คุณได้ศึกษา และลองนำไปปรับใช้กับลูกน้อยของคุณดู 1. เป็นตัวอย่างที่ดี  ลูกของคุณจะเรียนรู้หลาย ๆ อย่างมาจากพ่อแม่ และจะชอบเลียนแบบ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นให้ลูกของคุณกินผักคือการทำให้ลูกเห็นว่าคุณชอบกินผักมาก ๆ  หากลูกของคุณเห็นว่าคุณกินผักแบบมีความสุข และน่าอร่อยมาก ลูกของคุณก็มีความสนใจที่จะกินเพิ่มขึ้นเช่นกัน   2. พยายามแนะนำผักในรูปแบบที่หลากหลาย  ในปัจจุบันนี้มีตัวเลือกนำเสนอผักให้เด็ก ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผักสลัดที่มีให้เลือกหลากหลาย และยังมีการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์อีกด้วย พยายามเลือกผักที่มีสีสันเด่นสะดุดตาเอาไว้ก่อนแต่ถ้าผักชนิดไหนมีกลิ่นแรง หรือเคี้ยวยากอย่าเพิ่งแนะนำให้เด็กกิน เพราะเด็กอาจจะเกิดพภาพจำที่ไม่ดีและไม่อยากกินผักอีกต่อไป ผักที่น่าสนใจในการนำเสนอให้เด็กได้รับประทาน